ยักษ์

 

                                                           ยักษ์ในวรรณคดีไทย 


        ยักษ์ในวรรณคดีไทยมีรากฐานจากศาสนาพราหมณ์-ฮินดูและพุทธ เชื่อว่าเป็นอมนุษย์สายพันธุ์ที่พระพรหมสร้างขึ้น (ผู้หิว) มีฤทธิ์มาก ปกครองโดยท้าวกุเวร ในวรรณคดีไทยมักปรากฏในบทบาทฝ่ายอธรรมหรืออสูรผู้มีฤทธิ์เฝ้าทรัพย์ เช่น ทศกัณฐ์ ในรามเกียรติ์ หรือผีเสื้อสมุทร ในพระอภัยมณี โดยมักสวมชุดและมงกุฎแบบไทยและมีความดุร้าย

_____________________________________________________________________________________

ประวัติและความเป็นมา
ยักษ์ในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู กล่าวว่า เมื่อครั้งที่พระพรหมสร้างโลกขึ้น เมื่อให้กำเนิดน้ำ พระองค์ต้องการให้มีผู้รักษาน้ำนั้น จึงทรงสร้างอมนุษย์ขึ้นมา 2 จำพวก พวกหนึ่งเมื่อเกิดขึ้นร้องเรียกว่า หิว อยู่เป็นนิจ พระพรหมจึงเรียกอมนุษย์พวกนั้นว่า ยักษ์ แปลว่า ผู้หิว ส่วนอมนุษย์อีกจำพวก ทรงให้รักษาทางน้ำนั้น ทรงเรียกว่า รากษส แปลว่า ผู้รักษา ยักษ์และรากษสจึงเป็นอมนุษย์ที่เป็นพี่น้องกัน พวกยักษ์นั้น มีลักษณะเหมือนเทวดา แต่มีรัศมีและวรรณะทรามกว่า แต่ยักษ์นั้นเป็นผู้มีทรัพย์มาก มีความสามารถในการค้นหาและรักษาทรัพย์ เป็นผู้ชอบในการดื่มกินอาหาร มียักษ์อีกจำพวก มีลักษณะต่ำเตี้ยเหมือนคนแคระ พุงพลุ้ย ผมหยิก เรียกว่า คุหยัก เป็นผู้เฝ้ารักษาทรัพย์ตามถ้ำในป่าเขา ส่วนพวกรากษสนั้นมักอาศัยในป่าเขา ในน้ำ ในถ้ำ และจะเฝ้ารักษาอาณาเขตนั้น มีนิสัยดุร้ายกว่าพวกยักษ์ พวกยักษ์นั้นมีทั้งพวกที่ดีและชั่วร้าย ยักษ์ทั้งหลายปกครองโดยท้าวกุเวร อยู่ที่เมืองอลกา บนยอดเขาคันธมาทน์ แต่ยักษ์บางจำพวกก็ปกครองกันเอง บางพวกก็เป็นมิตรกับอสูร 

ยักษ์ในศาสนาพุทธนั้น เป็นเทวดาในชั้นจาตุมหาราชิกา จะมีหลายระดับขึ้นกับบุญบารมี ยักษ์ชั้นสูง จะมีวิมานเป็นทอง เป็นแก้วมณี มีรูปร่างสวยงาม มีเครื่องประดับ มีรัศมี แต่ผิวจะดำ ดำอมเขียว อมเหลือง ดำแดงก็มี แต่ว่าดำเนียน มีอาหารทิพย์ มีบริวารคอยรับใช้ ปกติไม่เห็นเขี้ยว เวลาโกรธจึงจะมีเขี้ยวงอกออกมา มีความเป็นอยู่เสวยทิพยสมบัติดังเทวดา ยักษ์ชั้นกลาง ส่วนใหญ่จะเป็นบริวารคอยรับใช้ของยักษ์ชั้นสูง ส่วนยักษ์ชั้นต่ำที่บุญน้อยก็จะมีรูปร่างน่าเกลียด ผมหยิก ตัวดำ ตาโปน ผิวหยาบ เหมือนกระดาษทราย นิสัยดุร้าย




        ยักษ์เกิดได้ 4 แบบ คือ 

  • เกิดแบบ โอปปาติกะ เกิดแล้วโตทันที
  • เกิดแบบสังเสทชะ เกิดในเหงื่อไคล
  • เกิดแบบชลาพุชะ เกิดในครรภ์
  • เกิดแบบอัณฑชะ เกิดในไข่

ที่อยู่ของยักษ์ มักอยู่ตามถ้ำ ตามเขา ในน้ำ ในดิน พื้นมนุษย์ ในอากาศ และมีวิมานอยู่ที่เขายุคนธรในสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา พวกยักษ์จะอยู่ในการปกครองของท้าวเวสสุวัณ หรือท้าวกุเวรมหาราชผู้ปกครองสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาด้านทิศเหนือ เหตุที่มาเกิดเป็นยักษ์เพราะทำบุญเจือด้วยความโกรธ มักหงุดหงิดรำคาญใจ


ยักษิณี

ยักษิณี หรือ นางยักษ์ ogress หมายถึงยักษ์เพศหญิง ซึ่งมีบทบาทอยู่ในวรรณกรรมและตำนานต่าง ๆ มากมายหลายเรื่อง ในเย น กาหนฺติ โอวาทํ  พระพุทธเจ้าท่านตรัสถึงนางยักษิณีว่า ดูก่อนภิกษุ ธรรมดาหญิงเหล่านี้ เล้าโลม ชายด้วย รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และด้วยมารยาหญิง กระทำให้อยู่ในอำนาจของตน เขาเรียกว่านางยักษิณี เพราะ เล้าโลมชายด้วยกรีดกราย ครั้นรู้ว่าชายนั้นตกอยู่ในอำนาจแล้ว ก็จะให้ถึงความพินาศแห่งศีล และความพินาศแห่ง


          


 
ยักษิณีที่ปรากฏในตำนานและนิทานพื้นบ้านของไทยมีหลายเรื่อง ได้แก่

  1. นางยักษิณีเจ้ามารยา (เตลปตฺตชาตกํ)
  2. นางยักษิณี เมืองสิริสวัตถุ เกาะตามพปัณณิ (วลาหกัสสชาดกที่ 6)
  3. นางยักษิณี ในทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต
  4. นางยักษิณี ใน สานุสามเณร
  5. นางยักษิณีหน้าเหมือนม้า ใน ปทกุสลมาณวชาดก
  6. นางยักษิณีปุตนะใน ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
  7. นางสำมนักขา น้องสาวคนเดียวของทศกัณฐ์
  8. นางอากาศตะไลเสื้อเมืองกรุงลงกา รักษาด่านลงกาทางอากาศ
  9. นางผีเสื้อสมุทร รักษาด่านกรุงลงกาด้านหลังสมุทร
  10. นางอัศมุขี ยักษิณีมีหน้าคล้ายสัตว์
  11. นางผีเสื้อสมุทรใน พระอภัยมณี
  12. นางพันธุรัตใน สังข์ทอง
  13. นางยักษ์สันธมาลา ในพระรถ-เมรีหรือ นางสิบสอง
  14. นางยักษิณีผีเสื้อน้ำ ในเรื่องพระสุวรรณหงส์
  15. ตำนานบุญข้าวสาก หรือ ตำนานสลากภัต
  16. ยักโข เสวยทิพย์วิมานอยู่ชั้นดุสิต
  17. ยักขเทวี เสวยทิพย์วิมานอยู่ชั้นดุสิต ได้แก่ นางยักขเทวีสันธมาลา และนางยักขเทวีพันธุรัตน์
  18. ท้าวกายฆาต ในเรื่องแก้วหน้าม้า


 
        
 ความสำคัญในบริบทไทย:

•ทวารบาล: ยักษ์ถูกนำมาทำเป็นรูปปั้นยืนเฝ้าประตูโบสถ์เพื่อปกป้องความชั่วร้าย เช่น ยักษ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และยักษ์วัดอรุณฯ

  • •อิทธิพลวรรณคดี: วรรณคดีเรื่องรามายณะจากอินเดีย (ชาวอารยันvsทราวิฑ) มีอิทธิพลอย่างสูงต่อรูปลักษณ์ยักษ์ในไทย (กลายเป็นยักษ์ในรามเกียรติ์)

บทบาทในวรรณคดี:

  • •รามเกียรติ์: ยักษ์คือตัวแทนฝ่ายอธรรม เช่น ทศกัณฐ์ ทัพนาสูร สหัสเดชะ
  • •พระอภัยมณี: นางผีเสื้อสมุทร เป็นนางยักษ์ที่มีความรักและดุร้าย
  • •สังข์ทอง: นางพันธุรัต เป็นยักษ์ที่เลี้ยงดูพระสังข์ด้วยความรัก

เนื้อหาข้อมูลตัวละครยักษ์ที่สำคัญ :
  • นางผีเสื้อสมุทร (เรื่องพระอภัยมณี): สัญลักษณ์ของความรักที่ขาดสติ ความหึงหวง และอารมณ์ร้าย
  • นางพันธุรัต (เรื่องสังข์ทอง): ยักษ์ใจดีที่เลี้ยงดูพระสังข์ แต่สุดท้ายต้องอกแตกตายด้วยความรัก (เขานางพันธุรัต)
  • รามสูร (ตำนานเมขลา-รามสูร): ยักษ์ที่ถือขวานไล่ขว้างนางเมขลาล่อแก้ว เป็นคำอธิบายเชิงคติชนของการเกิดฟ้าร้องฟ้าผ่า
  • นางเบญกาย (เรื่องรามเกียรติ์): ยักษ์แปลงที่ถูกใช้ให้ปลอมตัวเป็นนางสีดา


ในวรรณคดีไทย เราสามารถจำแนกยักษ์ออกตามบทบาทและลักษณะเด่นได้ดังนี้ :

ยักษ์ชั้นสูง (พญายักษ์)

เป็นเจ้าเมือง มีบุญญาธิการ มีอาวุธวิเศษ และมักจะมีกายสีเฉพาะตัวฃ


ทศกัณฐ์: เจ้าเมืองลงกา มี 10 หน้า 20 มือ กายสีเขียว


สหัสเดชะ: ยักษ์กายสีขาว มี 1,000 หน้า 2,000 มือ


ยักษ์พงศ์ (ยักษ์เชื้อสาย)

ยักษ์ที่เป็นเครือญาติหรือขุนนางที่มีลำดับยศชัดเจน เช่น พิเภก (ยักษ์โหราศาสตร์), กุมภกรรณ (ยักษ์ผู้รักษาธรรม)


ยักษ์ป่า/ยักษ์พื้นเมือง

มักปรากฏในนิทานพื้นบ้านหรือวรรณคดีท้องถิ่น เช่น นางผีเสื้อสมุทร (พระอภัยมณี) หรือ นนทุม (ก่อนกลับชาติมาเกิดเป็นทศกัณฐ์)




                                         



ยักษ์ในความเชื่อของศาสนาอื่น ๆ



อ้างอิง

  1.  เก็บถาวร 2008-12-19 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน เก็บถาวร 2009-09-04 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน เก็บถาวร 2009-02-16 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
  2. เก็บถาวร 2012-05-13 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน เก็บถาวร2012-05-13 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
  3. "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-09-07. สืบค้นเมื่อ 2010-04-23.


  📌คลิปเล่าเรื่องยักษ์ในวรรณคดีไทย






                                              จัดทำโดย



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้