ยักษ์
ยักษ์ในวรรณคดีไทย
ยักษ์ในวรรณคดีไทยมีรากฐานจากศาสนาพราหมณ์-ฮินดูและพุทธ เชื่อว่าเป็นอมนุษย์สายพันธุ์ที่พระพรหมสร้างขึ้น (ผู้หิว) มีฤทธิ์มาก ปกครองโดยท้าวกุเวร ในวรรณคดีไทยมักปรากฏในบทบาทฝ่ายอธรรมหรืออสูรผู้มีฤทธิ์เฝ้าทรัพย์ เช่น ทศกัณฐ์ ในรามเกียรติ์ หรือผีเสื้อสมุทร ในพระอภัยมณี โดยมักสวมชุดและมงกุฎแบบไทยและมีความดุร้าย
_____________________________________________________________________________________
ยักษ์ในศาสนาพุทธนั้น เป็นเทวดาในชั้นจาตุมหาราชิกา จะมีหลายระดับขึ้นกับบุญบารมี ยักษ์ชั้นสูง จะมีวิมานเป็นทอง เป็นแก้วมณี มีรูปร่างสวยงาม มีเครื่องประดับ มีรัศมี แต่ผิวจะดำ ดำอมเขียว อมเหลือง ดำแดงก็มี แต่ว่าดำเนียน มีอาหารทิพย์ มีบริวารคอยรับใช้ ปกติไม่เห็นเขี้ยว เวลาโกรธจึงจะมีเขี้ยวงอกออกมา มีความเป็นอยู่เสวยทิพยสมบัติดังเทวดา ยักษ์ชั้นกลาง ส่วนใหญ่จะเป็นบริวารคอยรับใช้ของยักษ์ชั้นสูง ส่วนยักษ์ชั้นต่ำที่บุญน้อยก็จะมีรูปร่างน่าเกลียด ผมหยิก ตัวดำ ตาโปน ผิวหยาบ เหมือนกระดาษทราย นิสัยดุร้าย
![]() |
- เกิดแบบ โอปปาติกะ เกิดแล้วโตทันที
- เกิดแบบสังเสทชะ เกิดในเหงื่อไคล
- เกิดแบบชลาพุชะ เกิดในครรภ์
- เกิดแบบอัณฑชะ เกิดในไข่
ที่อยู่ของยักษ์ มักอยู่ตามถ้ำ ตามเขา ในน้ำ ในดิน พื้นมนุษย์ ในอากาศ และมีวิมานอยู่ที่เขายุคนธรในสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา พวกยักษ์จะอยู่ในการปกครองของท้าวเวสสุวัณ หรือท้าวกุเวรมหาราชผู้ปกครองสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาด้านทิศเหนือ เหตุที่มาเกิดเป็นยักษ์เพราะทำบุญเจือด้วยความโกรธ มักหงุดหงิดรำคาญใจ
ยักษิณี
ยักษิณี หรือ นางยักษ์ ogress หมายถึงยักษ์เพศหญิง ซึ่งมีบทบาทอยู่ในวรรณกรรมและตำนานต่าง ๆ มากมายหลายเรื่อง ในเย น กาหนฺติ โอวาทํ พระพุทธเจ้าท่านตรัสถึงนางยักษิณีว่า ดูก่อนภิกษุ ธรรมดาหญิงเหล่านี้ เล้าโลม ชายด้วย รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และด้วยมารยาหญิง กระทำให้อยู่ในอำนาจของตน เขาเรียกว่านางยักษิณี เพราะ เล้าโลมชายด้วยกรีดกราย ครั้นรู้ว่าชายนั้นตกอยู่ในอำนาจแล้ว ก็จะให้ถึงความพินาศแห่งศีล และความพินาศแห่ง
| ยักษิณีที่ปรากฏในตำนานและนิทานพื้นบ้านของไทยมีหลายเรื่อง ได้แก่ |
- นางยักษิณีเจ้ามารยา (เตลปตฺตชาตกํ)
- นางยักษิณี เมืองสิริสวัตถุ เกาะตามพปัณณิ (วลาหกัสสชาดกที่ 6)
- นางยักษิณี ในทศชาติชาดก เรื่องมโหสถบัณฑิต
- นางยักษิณี ใน สานุสามเณร
- นางยักษิณีหน้าเหมือนม้า ใน ปทกุสลมาณวชาดก
- นางยักษิณีปุตนะใน ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
- นางสำมนักขา น้องสาวคนเดียวของทศกัณฐ์
- นางอากาศตะไลเสื้อเมืองกรุงลงกา รักษาด่านลงกาทางอากาศ
- นางผีเสื้อสมุทร รักษาด่านกรุงลงกาด้านหลังสมุทร
- นางอัศมุขี ยักษิณีมีหน้าคล้ายสัตว์
- นางผีเสื้อสมุทรใน พระอภัยมณี
- นางพันธุรัตใน สังข์ทอง
- นางยักษ์สันธมาลา ในพระรถ-เมรีหรือ นางสิบสอง
- นางยักษิณีผีเสื้อน้ำ ในเรื่องพระสุวรรณหงส์
- ตำนานบุญข้าวสาก หรือ ตำนานสลากภัต
- ยักโข เสวยทิพย์วิมานอยู่ชั้นดุสิต
- ยักขเทวี เสวยทิพย์วิมานอยู่ชั้นดุสิต ได้แก่ นางยักขเทวีสันธมาลา และนางยักขเทวีพันธุรัตน์
- ท้าวกายฆาต ในเรื่องแก้วหน้าม้า
- •อิทธิพลวรรณคดี: วรรณคดีเรื่องรามายณะจากอินเดีย (ชาวอารยันvsทราวิฑ) มีอิทธิพลอย่างสูงต่อรูปลักษณ์ยักษ์ในไทย (กลายเป็นยักษ์ในรามเกียรติ์)
- •รามเกียรติ์: ยักษ์คือตัวแทนฝ่ายอธรรม เช่น ทศกัณฐ์ ทัพนาสูร สหัสเดชะ
- •พระอภัยมณี: นางผีเสื้อสมุทร เป็นนางยักษ์ที่มีความรักและดุร้าย
- •สังข์ทอง: นางพันธุรัต เป็นยักษ์ที่เลี้ยงดูพระสังข์ด้วยความรัก
- นางผีเสื้อสมุทร (เรื่องพระอภัยมณี): สัญลักษณ์ของความรักที่ขาดสติ ความหึงหวง และอารมณ์ร้าย
- นางพันธุรัต (เรื่องสังข์ทอง): ยักษ์ใจดีที่เลี้ยงดูพระสังข์ แต่สุดท้ายต้องอกแตกตายด้วยความรัก (เขานางพันธุรัต)
- รามสูร (ตำนานเมขลา-รามสูร): ยักษ์ที่ถือขวานไล่ขว้างนางเมขลาล่อแก้ว เป็นคำอธิบายเชิงคติชนของการเกิดฟ้าร้องฟ้าผ่า
- นางเบญกาย (เรื่องรามเกียรติ์): ยักษ์แปลงที่ถูกใช้ให้ปลอมตัวเป็นนางสีดา
ยักษ์ชั้นสูง (พญายักษ์)
เป็นเจ้าเมือง มีบุญญาธิการ มีอาวุธวิเศษ และมักจะมีกายสีเฉพาะตัวฃ
ทศกัณฐ์: เจ้าเมืองลงกา มี 10 หน้า 20 มือ กายสีเขียว
สหัสเดชะ: ยักษ์กายสีขาว มี 1,000 หน้า 2,000 มือ
ยักษ์พงศ์ (ยักษ์เชื้อสาย)
ยักษ์ที่เป็นเครือญาติหรือขุนนางที่มีลำดับยศชัดเจน เช่น พิเภก (ยักษ์โหราศาสตร์), กุมภกรรณ (ยักษ์ผู้รักษาธรรม)
ยักษ์ป่า/ยักษ์พื้นเมือง
มักปรากฏในนิทานพื้นบ้านหรือวรรณคดีท้องถิ่น เช่น นางผีเสื้อสมุทร (พระอภัยมณี) หรือ นนทุม (ก่อนกลับชาติมาเกิดเป็นทศกัณฐ์)
ยักษ์ในความเชื่อของศาสนาอื่น ๆ
- ผานกู่ ยักษ์ในเทพปกรณัมจีน เป็นผู้สร้างโลก
- โทรล ยักษ์ในตำนานสแกนดิเนเวีย
- ไซคลอปส์ ยักษ์ตาเดียวในเทพปกรณัมกรีก
- โกเลม ยักษ์หินในคติชนชาวยิว
- โอเกอร์ ยักษ์ในคติของชาวตะวันตก
- โอะนิ ยักษ์ในคติของชาวญี่ปุ่น
อ้างอิง
- เก็บถาวร 2008-12-19 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน เก็บถาวร 2009-09-04 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน เก็บถาวร 2009-02-16 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
- เก็บถาวร 2012-05-13 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน เก็บถาวร2012-05-13 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
- "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2009-09-07. สืบค้นเมื่อ 2010-04-23.
จัดทำโดย



ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น